fbpx
Knowledges and Entertainments

เขามอบสร้อยพระให้ฉัน “นางสาวเพตรา ซุเปอร์โมเดลระดับโลก” ตามหา 2 ชายไทยที่ช่วยเธอในเหตุการณ์ภัยพิบัติ “สึนามิ”

50,032

เรื่องราวดังกล่าว เป็นเรื่องของหญิงสาวผู้หนึ่งได้โพสต์ผ่าน เฟซบุ๊คส่วนตัว “Pokchonn Dissayabutra” เพื่อทำการช่วยเหลือนางแบบสาวระดับโลกที่กำลังตามหาตัวชายไทยที่ช่วยชีวิตเธอจากเหตุการณ์ “สึนามิ” สิบกว่าปีที่แล้ว โดยได้โพสต์ลงดังนี้

โดยมีข้อความตามโพสต์ดังนี้ “14 พฤศจิกายน 2561 ช่วยตามหาด้วยนะคะ!!
ชายไทย 2 คน และ เด็กอายุ 14 ปี ที่นางแบบระดับโลกต้องการพบตัวมากที่สุด!!

ย้อนไปเมื่อ 14 ปีก่อน วันที่ 26 ธ.ค. 2547 เกิดสึนามิครั้งใหญ่ขึ้น หลังเหตุการณ์ไม่นานเราได้รับการติดต่อจากเพื่อนคนนึงว่า Petra Nemcova นางแบบชื่อดังระดับโลกเดินทางมาเที่ยวที่เขาหลักกับ Simon Atlee คู่หมั้นช่างภาพชาวอังกฤษ

ทั้งคู่หายไปไม่มีใครติดต่อได้ ขอให้ช่วยกันตามหาตัวแบบปิดเป็นความลับระดับสุดยอด เนื่องจากขณะนั้นข่าวได้ออกไปทั่วโลกแล้วว่า petra อยู่ในพื้นที่สึนามิ สื่อต่างประเทศและเหล่าปาปารัซซี่ค่อนโลกตามหาตัว petra กันสนั่น วุ่นวายถึงขนาดตั้งรางวัลสำหรับภาพ petra ในประเทศไทยในราคาที่สูงมาก”

“เราเริ่มตามหา โดยลงพื้นที่เขาหลักในวันรุ่งขึ้น ไปตามหาตาม ร.พ. ต่างๆไม่พบข้อมูล ตอนนั้นทุกที่ชุลมุนมาก ยากมากจริงๆ จนได้รับสายจากเพื่อนว่า ตอนนี้พบตัวแล้วแต่พบแค่เพทราคนเดียว ยังหาไซม่อนไม่พบ หลังจากนั้นข้อมูลของเพทราทุกอย่างถูกปิดเป็นความลับเพื่อปกป้องสิทธิ์ของผู้ป่วย เราทราบแค่ว่าเพทราอาการสาหัสมากทั้งทางร่างกายและจิตใจ เรื่องราวจบกันไปเท่านั้น

ผ่านไป 5 เดือน เราได้รับการติดต่ออีกครั้งว่าเพทราจะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อลงพื้นที่ประสบภัยและทำการระลึกถึงไซม่อน คู่หมั้นของเธอที่สุดท้ายแล้วเสียชีวิต ใช้เวลานับเดือนกว่าจะตรวจพิสูจน์จนยืนยันได้ว่าคือไซม่อน การเดินทางมาไทยครั้งที่ 2 ของเพทรา เรามีโอกาสได้ดูแลเพทราและเพื่อนๆ 2-3 คน เราพาเพทราไปดูความเสียหาย ดูชีวิตผู้คนในพื้นที่สึนามิหลังเหตุการณ์ ภาพเด็กนับร้อยที่พ่อแม่ตายจากสึนามิกระทบจิตใจเพทรามาก

เพทราถามเราว่าเธอจะช่วยอะไรเด็กพวกนี้ จะช่วยอะไรประเทศไทยได้บ้าง เพราะตอนที่เธอบาดเจ็บ คนไทยและประเทศไทยทำให้เธอประทับใจและเปลี่ยนเป้าหมายในชีวิตครั้งใหญ่ ปรึกษากันไปมาจบที่เธอจะกลับไปตั้งมูลนิธิ Happy Hearts Fund. เพื่อหาเงินมาช่วยเหลือเด็กที่ถูกผลกระทบจากสึนามิ

ตอนที่คุยกันเรื่องนี้เราอยู่กันที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์35 ในพระบรมราชูปถัมน์ในหลวงรัชกาลที่ 9 เราขอคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนนี้สัก 10-15 เครื่อง เธอบอกเธอรู้จักคนใน HP เธอจะจัดการให้ หลังจากเธอกลับไปไม่นาน คอมพิวเตอร์ครบชุดจาก HP ถูกส่งมาที่ภาคใต้ของไทยถ้าจำไม่ผิดคือมากกว่า 300 เครื่อง เธอบอกให้มอบให้ทุกโรงเรียนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะโรงเรียนของในหลวง(ในเครือราชประชานุเคราะห์ฯ) ให้เด็กได้มีสื่อการเรียน เธอระดมเงินทุนทุกทางและบินกลับมาไทยเกือบทุกปีในช่วง 5 ปีแรกหลังสึนามิ เพื่อซ่อมและสร้างโรงเรียนและอื่นๆอีกมากมายให้เด็กไทย

เพทราเล่าให้เราฟังว่า วันนั้นที่สึนามิเข้า คู่หมั้นเธอกำลังแพ็คกระเป๋าเตรียมเช็คเอ้าท์อยู่ในรีสอร์ทที่เขาหลัก ส่วนเธออยู่ในห้องน้ำ แล้วก็มีเสียงดังมาก จับไม่ได้ว่าเสียงอะไร เธอร้องเรียกไซม่อน แล้วเธอก็ถูกคลื่นยักษ์พัดลอยสูงขึ้นไป ข้าวของมากมายกระแทกตัว คลื่นซัดสูงขึ้นไปเข้าหาแผ่นดิน แล้วคลื่นก็ม้วนเอาเธอและทุกสิ่งอย่างดูดลงกลับสู่ทะเล โชคดีที่จังหวะนี้เธอโดนซัดไปกระแทกกับยอดต้นปาล์ม เธอคว้าต้นปาล์มไว้แน่น ข้าวของชิ้นใหญ่ๆที่มากับน้ำก็กระแทกอัดเข้าที่ตัวเธอซ้ำๆ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกเชิงกรานแตกหัก 4 จุด มีเลือดคั่งในช่องท้องและมดลูก

พอน้ำค่อยๆลดกลับลงทะเล เธอถึงได้รู้ว่าเธอกำลังค้างอยู่บนยอดต้นปาล์ม เพทราเล่าว่าเจ็บปวดและตกใจมาก ขวัญเสีย มองไปทางไหนเห็นศพ เห็นคนมีแผลใหญ่เหวอะหวะเลือดแดงฉาน เห็นข้าวของเกลื่อนไปหมด เธอติดอยู่บนนั้นช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นานถึง 8 ช.ม.!! จนชายไทยคาดว่าจะเป็นคนท้องถิ่นไปพบและไปตามคนมาช่วยนำเธอลงจากต้นปาล์มไปส่ง ร.พ.”

“เธอพักรักษาตัวที่ ร.พ.ในเขาหลัก 1 คืนด้วยอาการสาหัสและไม่มีใครทราบว่าเธอคือนางแบบโลก

วันรุ่งขึ้นเธอถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ ร.พ.ม.อ. ด้วยเครื่องบินของกองทัพไทยพร้อมคนเจ็บอาการหนักอีก 27 คน เพทราร้องไห้ตลอดเวลา สับสน เจ็บปวด ขวัญเสีย คนไข้ชายไทยเตียงข้างๆถอดสร้อยคอพร้อมพระ 1 องค์ยื่นให้เธอ เพื่อเป็นการปลอบขวัญ ตั้งแต่นั้นมา เพทราห้อยสร้อยพระนี้ตลอดเวลา กลับมาเมืองไทยกี่ครั้งเราก็เห็นห้อยมาตลอด

เมื่อถึง ร.พ. เพทรารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ไม่รู้ชะตากรรมไซม่อน อยู่ตัวคนเดียวในต่างบ้านต่างเมืองกับอาการบาดเจ็บที่รุนแรง อาชีพนางแบบจะกลับมาทำได้อีกรึเปล่า ทุกอย่างทำให้เพทราแตกสลาย เจ็บป่วยทั้งกายและใจ ร้องไห้ตลอดเวลาไม่ยอมพูดจากับใครเลย

ตอนนั้นสื่อไทยบางกลุ่มรู้แล้วว่าเพทราอยู่ที่นี่ แต่ทุกคนน่ารักมาก มีจรรยาบรรณช่วยกันปกปิดข้อมูลของเธอไม่ให้รั่วถึงปาปารัซซี่ต่างชาติ ทาง รพ.ก็ย้ายเธอไปไว้อีกตึกเพื่อกันการใช้เรื่องของเธอไปหาผลประโยชน์ คุณหมอธนะรัชต์ 1ในทีมแพทย์ที่รักษาเพทราเห็นว่าเพทราไม่ยอมพูดยอมคุยกับใคร ตอนนั้นเพื่อนเธอบินมาอยู่กับเธอแล้ว เธอร้องโอดโอยเจ็บปวดสาหัสอยู่ตลอดเวลา คุณหมอเห็นเธอห้อยสร้อยพระ เลยเข้าใจว่าเธอเป็นชาวพุทธ หมอท่านเลยให้แนวคิดของท่านพุทธทาสภิกขุว่า “ไม่มีใครทำให้เราทุกข์ได้ถ้าเราไม่ทุกข์ ไม่มีใครทำให้เราสุขได้ถ้าเราไม่สุข เราทุกข์เพราะเราทำให้ทุกข์ เราสุขเพราะเราทำให้สุข จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว”

หมอสอนให้เพทราฝึกสมาธิ ทำจิตใจให้สงบ เพียงแค่คืนเดียว เช้ารุ่งขึ้นเพทราสดใสร่าเริงขึ้น เจ็บปวดน้อยลง ยอมพูดคุยกับเพื่อนและหมอ เธอบอกให้เพื่อนเธอถ่ายภาพเธอในชุดผู้ป่วยบนเตียงคนไข้ แล้วส่งไปที่นิวยอร์กเพื่อหาทุนในการช่วยเหลือเหยื่อสึนามิในไทย ภาพนั้นทำราคาได้สูงมากกกกกกทีเดียว ตั้งแต่นั้นมาเพทราปวารณาตัวเป็นผู้ให้ กองทุนของเธอระดมเงินมากมายช่วยเหลือเหยื่อสึนามิที่เป็นเด็กทั่วเอเชีย โดยเฉพาะเด็กไทยอย่างต่อเนื่องจนทุกวันนี้

เอาล่ะค่ะ!! เล่ามายาว เพียงเพื่อจะบอกว่า อีก 2 อาทิตย์นี้ ต้นเดือนธันวาคม เพทราจะกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง เพื่อทำสารคดีเกี่ยวกับเรื่องราวของเธอกับสึนามิในประเทศไทยเผยแพร่ทั่วโลก บอกเล่าถึงความโหดร้ายของสึนามิที่เธอเจอ ความน่ารักของคนไทยที่มีให้เธอ และที่สำคัญที่สุด เพทราบอกว่าให้เราช่วยตามหาคน 3 คน เธอต้องการเจอตัวแบบส่วนตัวมากๆ นั่นก็คือ

1. ชายไทยคนแรกที่พบเธอบนยอดต้นปาล์ม แล้วไปตามคนมาช่วยเอาเธอลงมา

2. คนเจ็บชายไทยเตียงข้างๆที่ถอดสร้อยพระให้เธอ ระหว่างนำตัวส่งไปรักษาต่อที่ รพ.มอ.

3. เด็กผู้หญิงคนนึง ที่เพทราบอกว่าคลอดในวันเกิดสึนามิ และถูกตั้งชื่อว่า “สึนามิ”

เราได้พยายามสืบหาข้อมูลทั้ง 3 คนทุกทางแล้ว ไม่พบข้อมูลเลย อยากขอความช่วยเหลือพวกเราช่วยกันแชร์ ช่วยกันตามหา 3 คนนี้หน่อยนะคะ โดยเฉพาะชายไทย 2 คนแรก เพทราต้องการพบเพื่อขอบคุณด้วยตัวเองเป็นการส่วนตัวเลยค่ะ เรื่องดีๆของคนไทย ช่วยเราตามหาพวกเค้าหน่อยนะคะ”

นับว่าเป็นเคราะห์ดีของนางแบบผู้นี้ที่ไม่ได้อันตรายถึงชีวิต และเธอยังคงรักประเทศไทยอยู่เสมอมา

ขอบคุณ ที่มา : partiharn.com

error: Content is protected !!