ลุงพลงงเสี่ยงเซียมซี 3 รอบไร้เลข ตั้มช่วยแจงชะตาชีวิตกำหนดเอง มั่นใจพระดีช่วยชนะ (คลิป)

177

หลังจากที่นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล พร้อมนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือ ป้าแต๋น ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.64 ที่ผ่านมา เพื่อพบกับทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ก่อนจะเดินทางไปยังรัฐสภา เพื่อเข้าพบกับ นายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 9 มิ.ย.64 ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ (สผ) 419 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดมุกดาหารเป็นเท็จเพื่อออกหมายจับ และเจ้าหน้าที่ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อกลั่นแกล้งให้ได้รับความอับอายจากการควบคุมตัวที่เกินกว่าเหตุ

~

ทั้งนี้ตามกำหนดการเดิมของนายไชย์พล และทนายษิทรา คือ เดินทางไปศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อขอพรในเวลา 09.00 น. แล้วเข้าพบนายสิระ ในเวลา 10.00 น. แต่เนื่องจากศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครปิด จึงเปลี่ยนแปลงกำหนดการ โดยนายไชย์พล, นางสมพร และทนายษิทรา ได้เดินทางมาไหว้สักการะพระไพโรจน์วุฒาจารย์ (หลวงพ่อรุ่ง) ที่วัดท่ากระบือ จ.สมุทรสาคร จากนั้นค่อยเข้าพบนายสิระ ในเวลา 13.00 น.

~

โดยฤกษ์ไหว้ที่กำหนดไว้ คือ เวลา 09.39 น. ซึ่งนายไชย์พล, นางสมพร และทนายษิทรา พร้อมเหล่ายูทูเบอร์ที่ติดตามมาประมาณ 3-4 คน ได้เดินทางมาถึงวัดท่ากระบือในเวลา 09.37 น. เมื่อมาถึงนายไชย์พลได้ทำบุญค่าดอกไม้ ธูป เทียน จำนวน 100 บาท จากนั้นทุกคนได้เดินขึ้นไปสักการะพระไพโรจน์วุฒาจารย์ (หลวงพ่อรุ่ง) องค์ใหญ่ แล้วเดินไปปิดทองพระไพโรจน์วุฒาจารย์ (หลวงพ่อรุ่ง) องค์เล็กทางด้านขวา พร้อมไหว้ขอพร โดยนายไชย์พลและนางสมพร ได้นำศีรษะของตัวเองเข้าไปชิดกับเท้าของหลวงพ่อรุ่ง

~

จากนั้นทุกคนก็ได้เดินไปปิดทองพระไพโรจน์วุฒาจารย์ (หลวงพ่อรุ่ง) องค์เล็กทางด้านซ้าย พร้อมเดินวนขวา 1 รอบ รอบพระประธาน หรือพระไพโรจน์วุฒาจารย์ (หลวงพ่อรุ่ง) องค์ใหญ่

~

โดยระหว่างการเดินวนรอบพระประธาน นายไชย์พล, นางสมพร และทนายษิทรา ได้ไหว้พระไพโรจน์วุฒาจารย์ (หลวงพ่อรุ่ง) ที่ตั้งอยู่ใต้ฐานพระประธาน และตีระฆัง (ไหว้หลวงปู่รุ่งใต้ฐาน 1 ตีระฆัง ไหว้หลวงปู่รุ่งใต้ฐาน 2 ตีระฆัง ไหว้หลวงปู่รุ่งใต้ฐาน 3)

~

ก่อนที่นายไชย์พลจะเขย่าเสี่ยงเซียมซี ซึ่งนายไชย์พลได้เขย่าถึง 3 ครั้ง แต่ปรากฎว่าไม้เซียมซีที่ได้ ไม่มีเลขติดอยู่ทั้ง 3 ครั้ง ซึ่งทนายษิทรา บอกว่า “แสดงว่าคนเรากำหนดชะตาชีวิตตัวเอง”

~

จากนั้น ทีมข่าวได้เข้าไปพูดคุยกับนายไชย์พล เนื่องจากสังเกตเห็นว่านายไชย์พล, นางสมพร และทนายษิทรา ใส่ชุดโทนสีน้ำเงินเหมือนกัน โดยนายไชย์พล บอกว่า วันนี้ตนใส่ชุดผ้าคราม ไม่ได้นัดกันแต่งกายให้คล้ายกัน

โดยก่อนจะเดินทางกลับเพื่อกินข้าว (ก๋วยเตี๋ยว) แล้วเดินทางต่อไปยังอาคารรัฐสภา นายไชย์พล, นางสมพร และทนายษิทรา ได้กราบพระไพโรจน์วุฒาจารย์ (หลวงพ่อรุ่ง) องค์ใหญ่ อีกครั้ง ก่อนจะเดินทางกลับ โดยทรายษิทรา บอกว่า นายไชย์พลไม่ได้มีความกังวลใจอะไรเกี่ยวกับคดีความ วันนี้ตนและนายไชย์พลได้เดินทางมาไหว้พระที่วัดท่ากระบือ เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นวัดใกล้บ้านของตน โดยทุกคดีความที่ผ่านมาตนได้พาลูกความมาไหว้หลวงปู่รุ่งทุกครั้ง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จทุกคดี ด้านนายไชย์พล บอกว่า วันนี้ตนได้ขอพรให้ครอบครัวมีความสุข

~

ทั้งนี้ทนายษิทรา ได้กระซิบบอกทีมข่าวว่า ไม่กังวลและไม่กลัว หากนายอัจฉริยะ ทนายวรยุธ หรือทีมทนายใด จะเข้ามาเป็นทนายให้ฝั่งของแม่ชองน้องชมพู่ เนื่องจากการประวัติการสู้คดีที่ผ่านมา ฝั่งนายอัจฉริยะ และทนายวรยุธ ไม่เคยชนะคดีที่สู้กับตนแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งตนเบื่อหน่ายกับ “พวกดังแต่ท่อ ล้อไม่หมุน”

~