โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันผลการจับเท็จ ลุงพล ในคดีน้องชมพู่

415

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันผลการจับเท็จนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ในคดีน้องชมพู่ เป็นความลับในการสอบสวน เปิดเผยไม่ได้ ผลจับเท็จเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการเสริมคำให้การและยืนยันพยานแวดล้อม แต่ไม่ใช่หลักฐานหลักเพื่อให้ข้อมูลมีน้ำหนักมากขึ้น ในการพิจารณาสรุปว่าใครน่าจะมีส่วนกระทำผิด หรือจะถูกออกหมายจับ ส่วนผลจับเท็จเป็นบวกหรือลบกับนายไชย์พล หากเปิดเผยออกไปสังคมอาจเอาไปตีความเป็นคนละเรื่องกับตำรวจ

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้ารับตำแหน่ง ได้ติดตามคดีน้องชมพู่มาตลอด พบว่าคดีมีความก้าวหน้ามากจนเป็นที่น่าพอใจ ส่วนจะขอออกหมายจับได้หรือไม่ ขึ้นกับการสรุปสำนวนของพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ จากกระประเมินของตนที่ได้ฟังข้อมูลมา คาดว่าอีกไม่นานจะสรุปสำนวนคดีนี้ได้ ซึ่งแนวโน้มของคดีก็เป็นไปในแนวทางที่ดี เป็นที่พอใจของผู้ใหญ่

ขณะที่ นายไชย์พล วิภา หรือ “ลุงพล” พร้อมทนายความส่วนตัว เดินทางรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกฉบับที่ 1 ซึ่งนายนายไชย์พล วิภา ตกเป็นผู้ต้องหาในคดี โดยนายไชย์พล ให้การปฏิเสธทั้ง 2 คดี เนื่องจากไม่ได้มีเจตนาที่จะครอบครองไม้ แต่เป็นเพราะความไม่รู้ และไม่ได้มีเจตนาหลอกลวง เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ส่วนคดีทำร้ายร่างกายนักข่าว ก็ไม่มีมีเจตนาที่จะทำร้ายร่างกาย แม้ภาพจะปรากฏออกมาถึงความรุนแรง แต่เจตนาแท้จริงเพียงแค่หยอก เพราะนายไชย์พล สนิทกับผู้สื่อข่าวทั้ง 2 ช่อง สำหรับขั้นตอนจากนี้ พนักงานสอบสวนจะรวบรวมเอกสารส่งอัยการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

นายไชย์พล วิภา บอกว่าวันนี้มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกและได้การปฏิเสธ ทั้ง 2 คดีเนื่องจากไม่ได้มีเจตนาที่จะครอบครองไม้ แต่เป็นเพราะความไม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ส่วนคดีทำร้ายร่างกายนักข่าว ก็ไม่มีมีเจตนาที่จะทำร้ายร่างกาย แม้ภาพจะปรากฏออกมาถึงความรุนแรง

สำหรับนายไชย์พลนั้นเสร็จสิ้นจากการเข้ารับทราบข้อหา จะเดินทางไปพบกับ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ทนายความส่วนตัวนายไชย์พล จากเดิมที่กำหนดว่าจะไปไหว้พระขอพรร่วมกัน แต่ได้ยกเลิกกิจกรรมไหว้พระ ทำบุญ แต่จะมีการพูดคุยปรึกษาเรื่องคดีน้องชมพู่เป็นการส่วนตัว ก่อนที่ทนายตั้มจะเดินทางกลับ กทม. และจะกลับมาลงพื้นที่บ้านกกกอกขึ้นพิสูจน์ “ภูเหล็กไฟ” จุดพบศพน้องชมพู่ว่าสามารถเดินขึ้นมาเสียชีวิตเองได้หรือไม่