หมอปลาฉุนถูกโยง กล้องดักฟัง ลั่นไม่ขอเหยียบกกกอก

240

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นม่หยุดเลยจ้า สำหรับประเด็นดราม่าต่างๆนาๆ เรื่องคดีน้องชมพู ต่อมาทำเอาแฟนๆถึงกับงง หลังมีคลิปลุงพลเตะกล่องแบบไม่พอใจ ซึ่งก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโซเชียลฯ ว่าตนเปลี่ยนไปมีนิสัยรุนเเรง ซึ่งสาเหตุก็เนื่องจากก่อนหน้านั้นบังเอิญไปเจอเครื่องดักฟังอยู่ในรถ อยู่บริเวณคอนโซลหน้าเกียร์ ตนมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิ์อย่างรุนเเรง จึงเกิดอารมณ์โมโหเเละเตะกล่องดังกล่าว

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

ลุงพล ยังกล่าวว่า หากตอนนั้นเจ้าของเครื่องอยู่ใกล้ๆ ผมก็คงไม่เตะกล่อง เเต่คงเตะเจ้าของเครื่องไปเเล้ว ดังนั้นใครรู้ตัวว่าเป็นเจ้าของเครื่องดักฟัง ก็ขอให้เเสดงตัวเเละออกมาชี้เเจง ว่าใส่เพราะอะไร มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร เหตุใดจึงไม่บอกกันก่อนว่านำเครื่องเเบบนี้มาใส่รถผม

ส่วนกรณีหมอปลาให้สัมภาษณ์เรื่องกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งให้ฟรีที่บ้านของลุงพลด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่กลับคิดว่าติดตั้งเพื่อจับผิดลุงพล

ลุงพล กล่าวว่า เรื่องกล้องวงจรปิด หมอปลาติดตั้งให้เพราะความเป็นห่วง เนื่องจากตอนนั้นคดียังวุ่นวายกลัวว่าจะมีผู้ไม่หวังดี เเอบนำอะไรบางอย่างเข้ามาไว้ในบ้าน ตนก็เข้าใจหมอปลาเป็นอย่างดี เเต่สาเหตุที่ถอดออกทั้งหมด เพราะยังไม่ได้เปลี่ยนรหัสไวไฟ อีกทั้งกล้องดังกล่าวสามารถดูผ่านเเอปพลิเคชันได้ ตนก็ไม่ทราบว่านอกจากตนเเล้วมีใครดูบ้าง จึงถอดออกเพื่อความสบายใจ ไม่เกี่ยวกับการระเเวงหมอปลา

ด้าน หมอปลา บอกว่าขณะนี้คล้ายกับลุงพลขยันสร้างประเด็น ซึ่งการช่วยเหลือคนของตนในครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุดในขีวิต ตนช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีอะไรแอบแฝง แต่คนอวยลุงพลก็ก้มหน้าก้มตาอวย แล้วมาต่อว่าตน ขณะนี้ตนรู้สึกมากกว่าเสียใจ มันกว่าคำว่าเสียไปแล้ว มันหาคำเปรียบไม่ได้แล้ว

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

ประเด็นลุงพลควงกุญแจร้องเพลง หมอปลาบอกตนไม่ซีเรียส ตนซีเรียสประเด็นอื่นคือประเด็นเครื่องดักฟัง ถ้าตนทำตนคือคนที่ชั่วสุดๆ แล้ว แต่ตนไม่ได้ทำ ตนคงไม่ขอกุญแจคืน เพราะตนคงไม่ไปเหยียบหมู่บ้านกกกอกอีก หากไปก็คงไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กกตูม เผื่อมีหมายเรียกให้ไปให้ข้อมูล