fbpx
Knowledges and Entertainments

องค์การอนามัยโลกเตือนทุกประเทศเตรียมพร้อมรับมือ

101,644

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) เตือนให้โลกเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะการระบาดครั้งใหญ่ (pandemic) ของโรคติดเชื้อโครนาไวรัส 2019 (โควิด-19) แม้ขณะนี้ยังเร็วไปที่จะประกาศให้การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นภาวะการระบาดใหญ่ของโลก

pandemic หรือการเกิดการระบาดทั่วโลก หมายถึง การที่มีการติดต่อระหว่างคนสู่คนกระจายไปหลายส่วนของโลก

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีผลให้เป็นโรคปอดอักเสบยังคงเพิ่มขึ้น และกระจายไปยังเกาหลีใต้ อิตาลี และอิหร่าน ทำให้มีความกังวลมากขึ้น แม้ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในจีนซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการระบาดไวรัส โดยมีผู้ติดเชื้อกว่า 77,000 รายและมีผู้เสียชีวิตกว่า 2,600 ราย

นอกจากนี้ผู้ติดเชื้อกว่า 1,200 รายในอีก 30 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 20 ราย โดยที่อิตาลีมีผู้เสียชีวิต 4 รายเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ส่งผลให้ผู้เสียชีวิตทั้งสิ้นรวม 7 ราย ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงอย่างหนัก

จีนประกาศจะยกเลิกการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติที่กำหนดไว้ในเดือนหน้า เพื่อที่จะทุ่มเทให้กับการควบคุมการระบาดของโควิด-19

สัดส่วนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 มีราว 1-2% แม้องค์การอนามัยโลกเตือนว่า อัตราผู้เสียชีวิตที่แท้จริงยังไม่สามารถระบุได้

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ อิรัก อัฟกานิสถาน คูเวต โอมาน และบาห์เรน รายงานการพบผู้ติดเชื้อเป็นครั้งแรก ทั้งหมดได้สัมผัสกับผู้ที่เดินทางกลับมาจากจีน เจ้าหน้าที่ในบาห์เรนเปิดเผยว่า ผู้ป่วยติดเชื้อเป็นคนขับรถโรงเรียน ส่งผลให้มีการสั่งปิดโรงเรียนหลายแห่ง

ดร.เทดรอส อาดานอม เกเบรเยซัส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในอิหร่าน อิรัก และเกาหลีใต้ น่าวิตกอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ดร. เทดรอสกล่าวว่า “ขณะนี้เรายังไม่พบการแพร่ระบาดทั่วโลกของไวรัสนี้ และเรายังไม่พบการแพร่ระบาดในวงกว้างที่รุนแรงหรือเสียชีวิตอย่างมาก”

“ถ้าถามว่าไวรัสนี้มีโอกาสที่ระบาดทั่วโลกหรือไม่ แน่นอน มีโอกาส และตอนนี้เราถึงจุดนั้นแล้วหรือยัง จากการประเมินของเรา ยังไม่ถึงขั้นนั้น” ดร.เทดรอสกล่าว

“สิ่งที่อยากสื่อสารไปยังทุกประเทศทั่วโลก คือ ความหวัง ความกล้า ความเชื่อมั่น จะทำให้การสกัดการแพร่ระบาดได้ผล ซึ่งมีหลายประเทศที่ได้ใช้วิธีการนี้มาแล้ว” ดร.เทดรอสกล่าว

“การใช้คำว่าภาวะระบาดทั่วโลก หรือ pandemic ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง แต่อาจจะทำให้เกิดความกลัวขึ้นแน่”

แต่นายไมก์ ไรอัน ผู้บริหารฝ่ายภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพ (Health Emergencies Programme) กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภาวะการระบาดทั่วโลก

ทางด้านเทเลกราฟ สื่ออังกฤษ ได้อธิบายความหมายของ pandemic และผลที่จะเกิดขึ้นหากมีการประกาศภาวะระบาดใหญ่ทั่วโลกในรายงาน Coronavirus outbreak: What is a pandemic and what happens if one is declared?

รายงานตั้งคำถามว่า ขณะนี้การระบาดของโควิด-19 นั้นถือว่าเป็นภาวะระบาดใหญ่ทั่วโลก หรือ pandemic แล้วหรือยัง และถ้าเป็นแล้วหมายความว่าอย่างไร รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลกคืออะไร

จากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในยุโรปช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้และอิหร่าน ทำให้นักไวรัสวิทยาเตือนว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 นี้ถึงขึ้นที่ต้องจัดว่าเป็นภาวะระบาดใหญ่ทั่วโลก หรือ pandemic แล้ว

แต่ภาวะระบาดใหญ่ทั่วโลกหรือ pandemic และนัยที่เกิดขึ้นคืออะไร

ภาวะระบาดใหญ่ทั่วโลก หรือ pandemic

pandermic มาจากรากศัพท์ภาษากรีก pan หรือภาษาอังกฤษคือ all หมายถึง ทั้งหมด และภาษากรีกคำว่า demos หรือ people ในภาษาอังกฤษ คือคน pandermic เป็นศัพท์ที่ใช้โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการติดเชื้อ เมื่อการระบาดหรือ epedimics กระจายวงออกไปในหลายประเทศ หรือหลายทวีปในเวลาพร้อมๆ กัน

แม้คำว่า pandemic จะทำให้เกิดความกลัว แต่ก็หมายถึงการแพร่ระบาดของโรค ไม่ได้หมายความว่าโรคนั้นรุนแรงหรือมีผลต่อชีวิต ภาวะระบาดใหญ่หมายถึงโรคมีการระบาดแพร่กระจายออกไปในหลายประเทศหรือหลายทวีป โดยทั่วไปจะมีผลต่อคนจำนวนมาก อีกทั้งโรคนี้ต้องมีการติดต่อ ตัวอย่างเช่น โรคมะเร็งมีผลต่อคนทั่วโลก แต่ไม่ได้เป็นโรคติดต่อ ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้คำว่าระบาดหรือ pandemic กับโรคมะเร็งได้

ภาวะระบาดใหญ่ หรือ pandemic โดยทั่วไปมักจะเกิดจากการติดเชื้อในระยะยาว ดังนั้นคำถามคือ ใครติดเชื้อ ได้รับเชื้อมาจากใครตั้งแต่ต้น ก่อนที่จะมาสู่คนจำนวนมากหลายประเทศและหลายทวีป ดังนั้น หากจำนวนผู้ติดเชื้อในยุโรปและสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น โดยไม่มีความเชื่อมโยงย้อนกลับไปที่จีน ก็จัดว่าตรงตามความหมายของคำว่า การระบาดใหญ่

ความแตกต่างของการระบาดใหญ่ pandemic กับโรคระบาด หรือ epidemic

โรคระบาดหมายถึงเหตุการณ์ที่โรคแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปเป็นโรคระบาดที่ควบคุมไม่ได้ แต่มักจะเกิดขึ้นในประเทศหรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง การระบาดของโรคหมายถึงการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันของจำนวนผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึ่งไม่คาดคิดมาก่อน

การระบาดใหญ่จึงเป็นการระบาดของโรคในระดับพื้นที่กว้างและมีผลต่อคนจำนวนมาก

คำถามคือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เป็นการระบาดใหญ่หรือไม่? การที่ไวรัสแพร่กระจายไป 31 ประเทศในหลายทวีปนั้นน่าจะสอดคล้องกับคำนิยามภาวะระบาดใหญ่ขององค์การอนามัยโลก แต่อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกประกาศให้เป็นเพียงภาวะฉุกเฉินของโลกด้านสาธารณสุข และผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลกกล่าวว่า แม้มีโอกาสที่การระบาดจะยกระดับเป็นภาวะระบาดใหญ่ แต่ก็ยังไม่เข้าเกณฑ์

“ในขณะนี้เรายังไม่พบการแพร่ระบาดทั่วโลกของไวรัสนี้ และเรายังไม่พบการแพร่ระบาดในวงกว้างที่รุนแรงหรือเสียชีวิตอย่างมาก” ดร.เทดรอสกล่าวและว่า “ถ้าถามว่าไวรัสนี้มีโอกาสที่จะระบาดทั่วโลกหรือไม่ แน่นอน มีโอกาส และตอนนี้เราถึงจุดนั้นแล้วหรือยัง จากการประเมินของเรา ยังไม่ถึงขั้นนั้น”

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าองค์การอนามัยโลกประกาศภาวะระบาดใหญ่

หากองค์การอนามัยโลกประกาศภาวะระบาดใหญ่ ผลที่ตามมาจะมีความร้ายแรง

จากแผนการเตรียมความพร้อมสำหรับการระบาดใหญ่ขององค์การอนามัยโลกนั้น การตอบสนองต่อภาวะระบาดใหญ่จะทำให้รัฐบาลต้องดำเนินการ ระดมระบบสุขภาพ การบริการทางการแพทย์ สิ่งอำนวยความสะดวก กำลังคนอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในระดับประเทศและระดับพื้นที่ เพื่อส่งมอบแจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เพื่อแจกจ่ายยาต้านไวรัสและอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นให้สอดคล้องตามแผนของประเทศ

ด้วยเหตุนี้การประกาศภาวะระบาดใหญ่จึงมีความท้าทายอย่างมากสำหรับบางประเทศ เมื่อองค์การอนามัยโลกประกาศภาวะระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ H1N1 ในปี 2009 บางประเทศซึ่งเห็นว่าทำให้เกิดความวิตกกังวลขึ้นโดยไม่จำเป็นก็ได้วิจารณ์การตัดสินใจขององค์การอนามัยโลก

นอกเหนือจากนี้ การประกาศภาวะระบาดใหญ่ของโรคไว้หวัดใหญ่ H1N1 ทำให้หลายประเทศมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากสำหรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ H1N1 แต่ปรากฏว่าเป็นสายพันธุ์ของไข้หวัดที่พิสูจน์แล้วว่าไม่รุนแรงและค่อนข้างง่ายต่อการควบคุม

คำที่องค์การอนามัยโลกใช้ในหลายวันก่อนก็ค่อนข้างหดหู่ โดยวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกได้กล่าวว่า “โอกาสที่จะควบคุมการแพร่ะระบาดของไวรัสหดแคบลง”

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) ได้เตรียมความพร้อมรับมือกับการระบาดใหญ่ไว้แล้ว

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากการระบาดใหญ่คืออะไร

ธนาคารโลกประเมินว่า เศรษฐกิจโลกปีนี้จะได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ในระดับปานกลางไปจนถึงขั้นรุนแรงราว 570 พันล้านดอลลาร์ หรือ 0.7% ของรายได้ของโลกรวมกัน

การระบาดของโรคซาร์สที่เกิดขึ้นในปี 2003-2004 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อราว 8,000 ราย กระทบเศรษฐกิจโลก 50 พันล้านดอลลาร์ แม้มีผู้เสียชีวิตน้อยกว่า แต่ผลกระทบจากไวรัสโคโรนาอาจจะรุนแรงกว่ามาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโลกพึ่งพิงจีนมากขึ้นในช่วงกว่า 17 ปีที่ผ่านมา

จีนเคยมีสัดส่วนเพียง 5% ของเศรษฐกิจโลกในช่วงที่เกิดโรคซาร์ส แต่ขณะนี้เศรษฐกิจจีนมีสัดส่วน 1 ใน 5 ของเศรษฐกิจโลกและมีส่วน 1 ใน 3 ของการเติบโตของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้เศรษฐกิจจีนอาจจะเปราะบางมากกว่าเดิม เพราะภาคบริการขยายตัวมากขึ้น

บิลล์ เกตส์ คาดว่า การระบาดของโควิด-19 จะมีผลกระทบอย่างมากต่อระบบสาธารณสุขของโลกและอาจจะคร่าชีวิตชาวแอฟริกาถึง 10 ล้านคน

ความวิตกต่อผลที่อาจจะเกิดต่อเศรษฐกิจ อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่องค์การอนามัยโลกยังไม่ประกาศภาวะระบาดใหญ่ของโควิด-19

ดัวอย่างของการระบาดใหญ่มีอะไรบ้าง

การระบาดใหญ่อาจจะเป็นได้ทั้งในแง่ปริมาณและผลที่จะเกิดขึ้น ซึ่งตัวอย่างนั้นมีทั้ง เอชไอวี โรคอหิวาต์สุกร ไข้หวัดใหญ่สเปนในปี 1918 และโรคไข้หวัดใหญ่ H1N1 โรคระบาดที่น่ากลัวที่สุดในประวัติศาสตร์คือ กาฬโรค ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 200 ล้านคนในยุคกลางหรือศตวรรษที่ 14 และโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษ ที่มีผู้เสียชีวิต 300 ล้านคนในศตวรรษที่ 20